ค้นหา

บทความที่ได้รับความนิยม

Wikipedia

ผลการค้นหา

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568

ตำนานปราสาทนางฟ้า ของหญิงสาวที่หลบหนีการเป็นภรรยาของเจงกิสข่าน

ตำนานปราสาทนางฟ้า ของหญิงสาวที่หลบหนีการเป็นภรรยาของเจงกิสข่าน

ตำนานความรักที่แสนเศร้าหรือ love story นั่นเองผมคิดว่าเจ้าหญิงองค์นี้เป็นคนที่มีความคิดเด็ดเดี่ยวมากนะครับลองคิดดูสิครับเจงกิสข่านอยากจะได้ใครมาเป็นภรรยาเขาก็จะใช้อำนาจบังคับขู่เข็ญมาจนได้เพราะว่าช่วงนั้นมองโกล มีอำนาจมากที่สุด แต่ในตำนานนี้ หญิงสาวสวยที่ชื่อ ปารี ไม่ยอมจึงหนีขึ้นไปอยู่บนปราสาทนางฟ้านี้และ
ต่อมากองทัพมองโกลมาตั้งค่ายอยู่ที่เชิงหน้าผาเพื่อจับเธอ ปารีจึงจบชีวิตตัวเองด้วยการกระโดดลงมาจากปราสาท

นี่เป็นเรื่องย่อๆนะครับลองมาอ่านเรื่องเต็มๆกันดีกว่าแล้วก็ชมภาพประกอบไปด้วยนะครับผมว่าคลาสสิคมากๆเลยนะครับ

ที่เชิงเขาของเทือกเขาคอเคซัสทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอาเซอร์ไบจาน เป็นที่ตั้งของปราสาทปาริกาลา สถานที่ลึกลับทางประวัติศาสตร์ที่น่าประทับใจที่สุดแห่งหนึ่งของโลก บริเวณหน้าผาหินที่ชันจนแทบจะเป็นแนวตั้ง มีลักษณะเป็นโครงสร้างที่ถูกสร้างไว้ร่วมหลายร้อยปีมาแล้ว และปัจจุบันนี้ก็ยังคงเป็นสถานที่ลึกลับที่ยังไม่มีใครรู้ถึงที่มาที่ไปของมันว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร


ปราสาทปาริกาลา หรือ ปราสาทนางฟ้า เป็นหนึ่งในขุมทรัพย์ทางโบราณคดีของประเทศอาเซอร์ไบจานที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก เนื่องจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศอาเซอร์ไบจานยังไม่พัฒนา ถ้าคุณต้องการไปปาริกาลา คุณต้องขับรถผ่านเส้นทางที่ห่างไกลและไม่ค่อยมีคนรู้จัก ลัดเลาะไปตามทางแคบ ๆ เพื่อขึ้นไปบนหน้าผาที่เป็นทางลาดชันที่ลื่นมากและปกคลุมไปด้วยใบไม้ ซึ่งไม่ใช่เส้นทางที่เหมาะกับทุกคนแน่นอน


ปราสาทนางฟ้าแห่งนี้ประกอบไปด้วยห้องสามห้องที่ตรงส่วนทางเข้าด้านหน้าถูกปิดด้วยอิฐหินปูน นี่เป็นข้อมูลเพียงเล็กน้อยที่มีอยู่ เนื่องจากมีเพียงไม่กี่คนที่กล้าปีนขึ้นไปสำรวจสถานที่ด้วยตนเอง

จากบทความใน Azerbaijan International ปี 2005 บุคคลสุดท้ายที่สามารถปีนหน้าผาหินซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทปาริกาลาได้ เป็นคนท้องถิ่นชื่อ Mammad Darudov ในปี 1970 และตั้งแต่นั้นมายังไม่มีใครปีนขึ้นไปได้สำเร็จ ถึงแม้ว่าแชมป์มวยปล้ำอาเซอร์ไบจานจะพยายามปีนขึ้นไปโดยสร้างบันไดชั่วคราวเพื่อให้ปีนง่ายขึ้นก็ตาม เขาก็ไม่สามารถทำได้สำเร็จ


ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนสร้างปราสาทนางฟ้าแห่งนี้ และสร้างขึ้นมาทำไม แต่มีตำนานหนึ่งที่เป็นที่มาของชื่อปราสาทนางฟ้า

ย้อนกลับไปในสมัยเจงกิสข่าน จักรพรรดินักรบชาวมองโกล มีนิทานพื้นบ้านเล่าว่า ลูกสาวของผู้ปกครองท้องถิ่นได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในภรรยาของเจงกิสข่าน เมื่อเจงกิสข่านถามเธอว่ารู้จักใครที่สวยกว่าเธออีกหรือไม่ หญิงสาวตอบว่า ปารี น้องสาวของเธอ

เมื่อได้ยินดังนั้นเจงกิสข่านจึงต้องการเพิ่มปารีเข้าไปอยู่ในฮาเร็มของเขา ปารีให้คนงานท้องถิ่นสร้างปราสาทให้เธอบนหน้าผาสูงแล้วหลบหนีไปอยู่ที่นั่น ต่อมากองทัพมองโกลมาตั้งค่ายอยู่ที่เชิงหน้าผาเพื่อจับเธอ ปารีจึงจบชีวิตตัวเองด้วยการกระโดดลงมาจากปราสาท

สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ใครก็ตามที่สร้างปราสาทปาริกาลาต้องการความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย ทุกวันนี้ด้วยอุปกรณ์ปีนเขาที่มีอยู่ทั้งหมด การไปถึงปราสาทนางฟ้าก็เป็นเรื่องที่ยากมาก ปราสาทปาริกาลาตั้งอยู่บนหน้าผาที่ปิดล้อมไปด้วยอิฐหินปูน ฉาบด้วยปูนที่เกาะติดแน่นกับภูเขา ตรงปลายสุดของบันไดพังทลายลง ทำให้เข้าถึงปราสาทได้ยากกว่าเดิม ซึ่งไม่เหมาะกับคนขี้ขลาด เพราะต้องใช้ความคล่องตัวและทักษะในการปีนเขาสูงมาก


จากคำบอกเล่าของ Mammad Darudov หนึ่งในไม่กี่คนที่ได้เห็นภายในของปราสาทปาริกาลาในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ปราสาทประกอบได้ด้วยห้องสามห้อง แต่ละห้องมีหน้าต่างของตัวเอง และเชื่อมต่อกับปราสาทหลักด้วยทางเดินที่มีกำแพงล้อมรอบ


เมื่อพิจารณาดูแล้ว ปราสาทปาริกาลาน่าจะมีอายุย้อนไปถึงยุคคอเคเชียนแอลเบเนีย (ระหว่างศตวรรษที่ 4 ถึง 8) ปัจจุบันตัวปราสาทยังคงอยู่โดยผ่านกาลเวลาและองค์ประกอบต่าง ๆ ได้อย่างน่าประหลาดใจ สิ่งที่เป็นเสน่ห์ของปราสาทปาริกาลาคือ ที่มาและวัตถุประสงค์ในการสร้างที่ยังเป็นปริศนาจนถึงทุกวันนี้


มันอัศจรรย์นะครับที่ว่าคนโบราณสามารถสร้างอะไรที่มันยากๆและสลับซับซ้อนได้โดยเฉพาะประสาทนางฟ้าอะไรนี่ล่ะเยี่ยมๆความมานะพยายามของคนในสมัยโบราณ

ในทุก ๆ 27.5 ล้านปี โลกจะเกิดภัยพิบัติหายนะ 1 ครั้งมนุษย์มีเวลาใช้ชีวิตอีก 20 ล้านปี


ในทุก ๆ 27.5 ล้านปี โลกจะเกิดภัยพิบัติหายนะ 1 ครั้งมนุษย์มีเวลาใช้ชีวิตอีก 20 ล้านปีอาจจะย่นระยะลงมาเหลืออีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ก็ได้นะครับ

เพราะตอนนี้สภาพแวดล้อมสภาพอากาศเสื่อมถอยลง ภาวะโลกร้อน น้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นเร่งทำลายล้างให้เกิดความหายนะแก่โลกรวดเร็วยิ่งขึ้น



รวมทั้งสัตว์ต่างๆเริ่มสูญพันธุ์และมนุษย์ก็จะเริ่มลดน้อยลงอีกไม่นานโลกนี้ก็จะสูญสลายเร็วกว่าที่นักวิทยาศาสตร์คาดคิด

ในทุก ๆ 27.5 ล้านปี โลกจะเกิดภัยพิบัติหายนะ 1 ครั้ง นักวิทยาศาสตร์ยังไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร แต่ตอนนี้สบายใจได้ รายงานระบุว่าหายนะครั้งล่าสุดเกิดเมื่อราว 7 ล้านปีที่แล้ว ดังนั้นยังมีเวลาให้เราใช้ชีวิตอีก 20 ล้านปี

ในช่วง 260 ล้านปีที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์มากมายไม่ว่าจะเป็น โลกได้ให้กำเนิดไดโนเสาร์แต่ก็จากไปอย่างไม่ทันตั้งตัว มหาทวีปแพนเจียได้แยกออกเป็นแผ่นทวีปและเกาะต่าง ๆ รวมถึงการก้าวขึ้นมาของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในปัจจุบัน มันอาจดูเหมือนเป็นเหตุการณ์แบบสุ่ม แต่นักวิทยาศาสตร์บางคนไม่เชื่อเช่นนั้น


ในงานวิจัยเมื่อปี 2021 ที่เผยแพร่ในวารสาร Geoscience Frontiers ระบุว่าโลกมี ‘ชีพจร’ ที่เต้นเป็นจังหวะทุก ๆ 27.5 ล้านปี และเมื่อมันเต้นครั้งหนึ่ง เหตุการณ์ทางธรณีวิทยาสำคัญ ๆ ก็จะเกิดขึ้นบนโลก แต่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมจึงมีสิ่งนี้

“นักธรณีวิทยาหลายคนเชื่อว่าเหตุการณ์ทางธรณีวิทยานั้นเกิดขึ้นแบบสุ่มเมื่อเวลาผ่านไป แต่การศึกษาของเราให้หลักฐานทางสถิติสำหรับวัฏจักรทั่วไป โดยเสนอว่าเหตุการณ์ทางธรณีวิทยาเหล่านี้มีความสัมพันธ์กันและไม่ใช่เรื่องสุ่ม” Michael Rampino จากภาควิชาชีววิทยาของมหาวิทยาลัยนิวยอร์กกล่าว
พวกเขาได้วิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 260 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีเหตุการณ์ใหญ่ ๆ อยู่ราว 89 เหตุการณ์ได้แก่ ความผันผวนของระดับน้ำทะเล 29 ครั้ง, สัตว์ทะเลสูญพันธุ์ 12 ครั้ง, สัตว์บกสูญพันธุ์ 9 ครั้ง, ออกซิเจนในมหาสมุทรต่ำ 10 ครั้ง, ภูเขาไฟขนาดมหึมาระเบิด 13 ครั้ง

พื้นที่ชายฝั่งเปลี่ยนแปลง 8 ครั้ง และแผ่นเปลือกโลกไหวรุนแรง 8 ครั้ง ข้อมูลทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นชัดเจนในชั้นหินทางธรณีวิทยา เมื่อทีมวิจัยรวมมันเข้าด้วยกันและทำการวิเคราะห์ทางสถิติ พวกเขาพบว่าโลกจะเกิดกิจกรรมทางธรณีวิทยาทุก ๆ 27.5 ล้านปี และเมื่อผ่านไป เหตุการณ์ก็ลดลงอย่างรวดเร็ว


ทั้งหมดก่อให้เกิดหายนะที่ทำให้สิ่งมีชีวตสูญพันธุ์ไปเป็นจำนวนมาก ราวกับว่าโลกวางแผนทำความสะอาดทุก ๆ 27.5 ล้านปีอยู่เป็นประจำ พวกเขาไม่แน่ใจว่าเพราะอะไรแต่ก็เสนอความเป็นไปได้ 2 ประการ 1. เหตุการณ์หนึ่งอาจเป็นสาเหตุของอีกเหตุการณ์หนึ่งในอนาคตโดยตรง 

หรือ 2. อาจเกี่ยวข้องกับการโคจรของโลกในระบบสุริยะ ซึ่งทั้งคู่ยังต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อให้ได้คำตอบที่แน่ใจ แต่ทีมวิจัยกล่าวว่า ไม่ว่ายังไง โลกก็แสดงให้เห็นทางธรณีวิทยาว่ามีหายนะเกิดขึ้นเป็นช่วง ๆ 


"ชีพจรวัฏจักรของการแปรสัณฐานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจเป็นผลมาจากกระบวนการทางธรณีฟิสิกส์ที่เกี่ยวข้องกับพลวัตของแผ่นเปลือกโลก หรืออาจเกิดขึ้นอีกทางหนึ่งด้วยวัฏจักรทางดาราศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ของโลกในระบบสุริยะและกาแล็กซี" รายงานระบุ

แต่ไม่มีอะไรให้ต้องตื่นตระหนักสำหรับเราในปัจจุบัน เนื่องจากรายงานระบุว่ากลุ่มเหตุการณ์ภัยพิบัติล่าสุดเพิ่งเกิดขึ้นไปเมื่อ 7 ล้านปีที่แล้ว ดังนั้นมันจะเกิดขึ้นอีกครั้งตามธรรมชาติในอีกราว 20 ล้านปี (ถ้ามนุษย์รอดจากภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศไปได้นะ)

น้ำผึ้งขมมีจริงๆคอร์เบซโซโล น้ำผึ้งจากซาร์ดิเนียที่ล้ำค่าหายากและมีรสขม


น้ำผึ้งขมมีจริงๆคอร์เบซโซโล น้ำผึ้งจากซาร์ดิเนียที่ล้ำค่าหายากและมีรสขม


ถ้าพูดถึงน้ำผึ้ง เราต้องนึกถึง ‘ความหวาน’ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่ไม่ใช่น้ำผึ้งทุกชนิดบนโลกใบนี้ที่มีรสหวานชุมคอชื่นใจนะครับแต่น้ำผึ้งที่เอยถึงนี้คือน้ำผึ้งขมครับ

วันนี้เพชรมายาจะพาทุกท่านมารู้จักกับ ‘น้ำผึ้งคอร์เบซโซโล’ (Corbezzolo) ที่มีชื่อเสียงในด้านรสชาติที่ไม่เหมือนน้ำผึ้งชนิดไหน หากจะบอกว่าน้ำผึ้งนี้ไม่มีรสหวานก็ถูกแค่เพียงส่วนหนึ่ง เพราะนอกจากมันจะไม่มีความหวานแล้วมันยังมีรสขมอีกด้วย


ชาวอิตาเลียนบนเกาะซาร์ดิเนียทำน้ำผึ้งคอร์เบซโซโลมาอย่างยาวนาน แต่ไม่มีใครทราบว่าต้นกำเนิดของน้ำผึ้งชนิดนี้เริ่มขึ้นเมื่อไหร่กันแน่ แต่มันถูกอ้างอิงอยู่ในบันทึกของบุคคลผู้มีชื่อเสียงในยุคโรมันโบราณมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ซิเซโร, เวอร์จิล และออวิด ที่ระบุว่ามีรสชาติที่แตกต่างระหว่างน้ำผึ้งซาร์ดิเนียกับน้ำผึ้งหวานของเทือกเขา Hyblaean

แต่ถ้าคุณสามารถฝ่าความขมไปได้ คุณจะได้ค้นพบกับน้ำทิพย์อำพันที่เต็มไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าจากธรรมชาติ ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ มีคุณสมบัติต้านการอักเสบและถูกนำมาใช้เป็นยานอนหลับและยากล่อมประสาทมาหลายชั่วอายุคน


น้ำผึ้งคอร์เบซโซโลได้มาจากดอกไม้ของต้นคอร์เบซโซโล ฟังดูอาจจะไม่คุ้นแต่แท้จริงแล้วมันก็คือต้นสตรอเบอรีที่เรารู้จักกันดี และการทำน้ำผึ้งก็เป็นไปได้ยากด้วยปัจจัยหลายอย่าง

ประการแรกต้นคอร์เบซโซโลจะเริ่มออกดอกในฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งการที่จะออกดอกได้จำเป็นต้องมีสภาพอากาศที่พิเศษ นั่นคือมีฝนตกชุกในช่วงฤดูร้อนประมาณกลางเดือนสิงหาคม


ต่อมา ดอกไม้ที่เป็นรูประฆังเล็ก ๆ จะผลิบาน แต่ด้วยลักษณะรูปร่างของดอกไม้จะทำให้ผึ้งเข้าไปเก็บน้ำหวานได้ยากลำบากพอสมควร

หลังจากนั้น สภาพอากาศในฤดูใบไม้ร่วงที่มีฝนตกจะเป็นอุปสรรคกับผึ้งที่ต้องออกจากรังไปเก็บน้ำหวาน ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักจะทำให้ดอกคอร์เบซโซโลหุบกลีบของมันจนสนิท

ด้วยเงื่อนไขมากมายเหล่านี้จึงทำให้น้ำผึ้งคอร์เบซโซโลถูกผลิตขึ้นมาในปริมาณที่จำกัด จนทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในน้ำผึ้งที่หายากและมีค่ามากที่สุดในโลก
น้ำผึ้งคอร์เบซโซโลมีรสชาติที่ค่อนข้างซับซ้อน โดยมีกลิ่นฉุนของน้ำส้มสายชูบัลซามิก ยางไม้สน ชะเอม กลิ่นหนัง กาแฟ และกลิ่นรมควัน แต่สำหรับคนทั่วไปที่ได้รับประทานมันต่างบอกกันว่ามันมีรสขม

ครั้งหนึ่ง มาร์กุส ตุลลิอุส ซิเซโร รัฐบุรุษแห่งโรมันเคยกล่าวเอาไว้ว่า “ทุกสิ่งที่เกาะซาร์ดิเนียผลิตขึ้น ทั้งมนุษย์และสิ่งของ ล้วนแต่เลวร้าย แม้แต่น้ำผึ้งที่มีอยู่มากมายบนเกาะก็ยังขม”

ยังไม่แน่ใจว่า ทำไมน้ำผึ้งคอร์เบซโซโลถึงมีรสชม ในเมื่อน้ำผึ้งชนิดอื่น ๆ บนโลกใบนี้มีแต่รสหวาน บางคนเชื่อว่ามันมีส่วนเกี่ยวข้องกับ ‘อาร์บูติน’ สารประกอบประเภทไกลโคไซด์ที่มีอยู่ในดอกของต้นสตรอเบอร์รี


เนื่องจากรสขมของมัน น้ำผึ้งคอร์เบซโซโลจึงมักถูกจับคู่กับอาหารอื่น ๆ เช่น ชีสที่มีไขมันสูงอย่างเพโคริโนหรือกรานา หรือของหวานหลายอย่างในซาร์ดิเนีย เช่น ซีดาสหรือโอริเลตตา นอกจากนั้นมันยังได้รับความนิยมอย่างมากในการเพิ่มลงในกาแฟเอสเปรสโซ

ถึงแม้ว่ามันจะหายากและมีรสขม แต่น้ำผึ้งคอร์เบซโซโลถือเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมซาร์ดิเนีย และได้รับการยกย่องจากผู้คนในท้องถิ่น รวมถึงผู้คนที่หลงใหลในน้ำผึ้งทั่วโลก

วันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2568

ค้นพบอสรพิษงูจงอางยักษ์มีหงอนหรือเขาบนหัวก่อนจะรู้ความจริงถึงกับทำให้ตาเหลือกค้าง


ค้นพบอสรพิษงูจงอางยักษ์มีหงอนหรือเขาบนหัวก่อนจะรู้ความจริงถึงกับทำให้ตาเหลือกค้าง

อย่างว่าอะไรนะครับคนเราจะเห็นอะไรแปลกๆมันก็ย่อมเป็นจุดสนใจโดยเฉพาะอสรพิษเช่นงูไม่เห็นงูมีหงอนมีเขาปูดออกมาบนหัวก็จะตีความไปว่านั่นคือพญานาคแล้วบทสรุปสุดท้ายก็ลงมาจบอยู่ที่การกราบไหว้งูแล้วก็อาจจะมีร่างทรงอะไรมาปะปนกันกลายเป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่งูไปลามไปจนถึงกับขอหวยขอโชคขอลาภบ้างก็มีทำใจครับอยากจะทำอะไรก็ทำไประวังงูกัดเอานะ


อสรพิษวิทยา หัวหน้ากลุ่มอสรพิษวิทยา และผู้เชี่ยวชาญสัตว์เลื้อยคลานและงู โพสต์ภาพงูจงอางขนาดใหญ่ซึ่งมีผู้พบที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยงูตัวนี้มีลักษณะพิเศษกว่างูตัวอื่น คือบนหัวมีบางอย่างยื่นออกมาคล้ายหงอน ก่อนจะให้ความรู้ที่ถูกต้องว่า ส่วนที่ยื่นออกมานั้น 

คือเกิดจากการลอกคราบบริเวณหัวของงูที่ยังไม่สมบูรณ์ คราบงูเมื่อแห้งจะเริ่มตั้งขึ้น และขอบด้านข้างเกล็ดจะค่อยๆ ม้วนเข้ามา เมื่อคนมาเห็นอาจทำให้เข้าใจผิดได้คิดว่างูมีหงอน 


ข้อความระบุว่า งูมีหงอน ที่ชาวบ้านเขาร่ำลือกัน? ไปให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยจากงู 

ในแนวทางของ SEPให้กับ มณฑลทหารบกที่ 26 (ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์) งวดนี้ไปกับทีมอสรพิษวิทยาภาคอีสานและ trekking thailand tour จริงๆ งานนี้ก็เป็นอีกงานที่สานฝันเจ้าอั๋น ตัวอาจมาไม่ได้ แต่คงส่งใจมาเต็มเปี่ยม ก็มาช่วยกันให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับสังคมกัน

ลองเข้ามาดูสินค้า Worada Cooling Oil วรดา คูลลิ่ง ออย [Official Store] น้ำมันนวดผ่อนคลาย  ปริมาณ 10 ml 

 https://s.shopee.co.th/1qQ1vczuts


พอไปถึงไม่ทันไร ก็มีน้องแอบมากระซิบว่า พี่ๆ ผมเพิ่งไปจับงูมีหงอนมา ได้ยินแบบนั้นก็ต้องขอดูหน้าค่าตากันเสียหน่อย งูอะไรจะมีหงอน 

พอเปิดมาเป็นแบบที่คิด เจ้าจงอางตัวเขื่องกำลังอยู่ในช่วงลอกคราบอยู่ และคราบเพิ่งจะเปิดจากทางด้านหน้า พอดูไปดูมาก็แอบเหมือนๆงูมีหงอนอยู่ไม่น้อยบางทีสิ่งแบบนี้ ก็ทำให้เกิดความเชื่อไปถึงเรื่องของพญานาค งูมีหงอนในตำนาน ทำให้คิดอะไรได้หลายๆอย่าง ว่าคนเคยพบ เขาอาจไปเจออะไรแบบนี้หรือเปล่า


คนเจองูพิษขนาดใหญ่อย่างจงอางที่กำลังลอกคราบแบบนี้ คงมีน้อยคนที่จะเดินเข้าไปดู ส่วนใหญ่ก็คงวิ่งนี้กันไป แล้วอาจจะเข้าใจผิดก็มีโอกาสเป็นไปได้ แต่ก็ยังไม่ฟันธง ว่ามันไม่มีอยู่จริง 


มันอาจจะรอวันที่ใครสักคนจะมาบันทึกภาพอยู่ก็ได้ สรุปก็ต้องค้นหากันต่อไป ว่าแล้วก็ช่วยเจ้างูลอกคราบ ได้หลายรูปทรงเลยทีเดียว

ลองมาดูโชว์เคสของ Happy shopping บน TikTok สิ! https://vt.tiktok.com/ZMrXhCwQp/?page=TikTokShop


วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2567

โรคหำหด หรือ โรคจู๋ (อังกฤษ: Koro, penis panic)

😬บังเอิญไปเจอโรคแปลกๆโรคนี้..มาก็เลยเอามาเรียบเรียงเป็นบทความนำเสนอ..ครับสำหรับผู้ชายแล้วไม่มีใครอยากเป็นโรคนี้แน่นอน เขาเรียกว่าโรคโรคหำหด หรือ โรคจู๋ (อังกฤษ: Koro, penis panic)

👉🏿โรคหำหด ตามความเป็นจริงแล้วโลกนี้มันน่าจะเกิดจากอารมณ์ความรู้สึกต่างๆที่ทำให้ฝ่ายชายมีอาการหรืออาจจะเกิดจากความเชื่อภาวะที่ถูกครอบงำโดยความเชื่อที่ว่าอวัยวะเพศของบุคคลนั้นกำลังหดสั้นลงหรือมีขนาดเล็กลง ด้วยความกลัวว่าอวัยวะนั้นจะหายไปในที่สุด

👉🏾สุดท้ายแล้วความกลัวมันก็ไปสะกดจิตความรู้สึกตัวเองอวัยวะเพศที่เคยใหญ่ยาวกับหดสั้นจู๋ลงก็อาจจะเป็นได้

😁เรามาเข้าเรื่องสาระบทความกันเลยดีกว่านะครับ

👉🏿โรคหำหด หรือ โรคจู๋ (อังกฤษ: Koro, penis panic) เป็นกลุ่มอาการป่วยทางวัฒนธรรมที่ได้รับการรับรองใน Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders ฉบับตีพิมพ์ครั้งที่สี่ เป็นภาวะที่ปัจเจกชนถูกครอบงำโดยความเชื่อที่ว่าอวัยวะเพศของบุคคลนั้นกำลังหดหรือมีขนาดเล็กลง ด้วยความกลัวว่าอวัยวะนั้นจะหายไปในที่สุด

🥴ข้อมูลเบื้องต้น โรคจู๋ Koro, บัญชีจำแนกและลิงก์ไปภายนอก ...

ถึงแม้ว่าโรคนี้จะมีที่มาจากในประเทศจีนและพบมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กรณีที่หายากของโรคจู๋อาจพบในบุคคลที่ไม่มีเชื้อชาติจีนทั่วโลก การลุกลามของโรคเคยขึ้นในบางประเทศ ในวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน อุปาทานหมู่ที่เชื่อว่าอวัยวะเพศของตนกำลังหดเล็กลงนั้นมีการรายงานในทวีปแอฟริกาด้วยเช่นกัน

👉🏾การจำแนก

ใน Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders โรคจู๋ถูกจัดเป็นหนึ่งในโรคในอภิธานกลุ่มอาการที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมในภาคผนวก I คู่มือดังกล่าวได้จำกัดความโรคจู๋ไว้ว่า "คำดังกล่าว [Koro] ซึ่งอาจมีที่มาจากภาษามลายู หมายความถึง ความวิตกกังวลฉับพลันและแรงกล้าที่ว่าองคชาต (หรือ ในผู้หญิง โยนีหรือหัวนม) กำลังหดเข้าสู่ร่างกายและอาจทำให้ถึงแก่ความตายได้"

👉🏿นักประพันธ์หลายคนพยายามจำแนกระหว่างโรคจู๋ที่สมบูรณ์กับไม่สมบูรณ์ เช่นเดียวกับรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมและไม่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม รูปแบบวัฒนธรรมถูกกล่าวว่าเกี่ยวข้องกับความเชื่อวัฒนธรรมหรือเทพนิยาย มีบทบาทในการก่อให้เกิดโรค และการแพร่กระจายของโรคในชุมชน และถูกจัดให้เป็นรูปแบบที่สมบูรณ์ โดยเป็นไปตามเกณฑ์ของกลุ่มอาการทั้งหมด

😁อาการและอาการแสดง

ผู้ป่วยส่วนใหญ่บ่นเกี่ยวกับการหดตัวของอวัยวะเพศหรืออวัยวะเพศมีขนาดเล็กลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในบางครั้ง เกิดขึ้นทั้งสองอย่าง อาการนี้มักจะเกิดขึ้นเป็นเวลาหลายชั่วโมง ถึงแม้ว่าระยะเวลาสามารถเกิดขึ้นได้นานถึงสองวัน 

🙄ยังมีกรณีที่อาการของโรคจู๋เกิดขึ้นเป็นเวลาหลายปีซึ่งอาจเป็นอาการเรื้อรังและเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากการหดตัวแล้ว อาการแสดงอื่นยังรวมไปถึงความเข้าใจว่าองคชาตของตนเปลี่ยนแปลงรูปร่างไป การสูญเสียการแข็งตัวของกล้ามเนื้อองคชาต และในบางกรณี ที่ผู้ป่วยไม่เข้าใจว่าตนมีอวัยวะเพศหดเล็กลง แต่กล่าวว่ามีความรู้สึกสัมผัสเพี้ยนทางเพศหรือมีความเสื่อมถอยทางเพศด้วย

😬โรคประสาทกังวลนี้ยังประกอบด้วยความคิดกลัวว่าตนอาจเสียชีวิตในไม่ช้า การสลายตัวขององคชาตและการสูญเสียพลังทางเพศ ความเข้าใจว่าตนอาจเสียชีวิตได้เนื่องจากการหดตัวของอวัยวะเพศและรับรู้ว่ามีการหลั่งน้ำอสุจิออกมามากผิดปกตินี้มีความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมกับความเชื่อจีนโบราณอย่างแรงกล้า ดังที่ได้แสดงโดยข้อเท็จจริงที่ว่าโดยทั่วไปแล้ว ชาวเอเชียที่เชื่อว่าอวัยวะเพศของตนหดเล็กลงนั้นเชื่อว่าสภาวะดังกล่าวเป็นเรื่องถึงชีวิต ไม่เหมือนกับชาวตะวันตกส่วนใหญ่ แนวคิดอื่น ๆ ได้แก่ การหดตัวของอวัยวะในช่องท้อง การเปลี่ยนเพศเป็นหญิงหรือขันที การเกิดอันตรายทางกายโดยไม่เฉพาะเจาะจง การอุดตันของทางเดินปัสสาวะ การเป็นหมัน การทำให้เกิดอาการบ้า อาการผีเข้า และความรู้สึกว่าตนถูกมนต์สะกด

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการวิตกกังวลอย่างมากและสมาชิกครอบครัวอาจหันไปพึ่งวิธีการทางกายภาพเพื่อป้องกันการหดตัวขององคชาตที่เชื่อกันนั้น 

🤔ชายอาจใช้การดึงองคชาตด้วยตนเองหรือใช้เครื่องจักร โดยใช้วงเชือกหรือเครื่องหนีบบางประเภท ในลักษณะคล้ายกัน หญิงอาจคลำหน้าอกของตน ดึงหัวนม หรือแม้กระทั่งเสียบหมุดเหล็กเข้าไปในหัวนม ความเจ็บปวดทางกายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งสามารถถูกพิจารณาได้ว่าเป็นภาวะแทรกซ้อนของอาการดังกล่าว

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม Shopee Affiliate และรับค่าคอมมิชชั่นกับเรา!!!
ลงทะเบียนเลย:
รหัสอ้างอิง:W656XWP

🥴สาเหตุ

ความขัดแย้งจิตใจ-เพศ ปัจจัยส่วนบุคคล และความเชื่อทางวัฒนธรรมได้รับการพิจารณาว่ามีส่วนสำคัญที่เป็นสาเหตุของโรคจู๋ ประวัติการปรับตัวทางเพศของผู้ป่วยที่ไม่ใช่ชาวจีนมักจะมีความโดดเด่นอยู่บ่อยครั้ง อย่างเช่น ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศก่อนเกิดโรค พฤติกรรมสำส่อนทางเพศ ความรู้สึกผิดเกี่ยวกับการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองและภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

👉🏿ความเชื่อทางวัฒนธรรม

ปัจจัยด้านความเชื่อที่ก่อให้เกิดโรคจู๋นี้เป็นแนวคิดเกี่ยวกับสรีรศาสตร์เพศในการแพทย์จีนโบราณ ซึ่งมีการเชื่อมโยงความตายเข้ากับการหดตัวของอวัยวะเพศ

🥴ในตำราแพทย์จีนโบราณ จงจ้างจิง (จีนตัวย่อ: 中藏经; จีนตัวเต็ม: 中藏經) การหดตัวขององคชาตและการบวมของท้องอาจได้รับการอธิบายว่าเป็นชีวสัญญาณที่แน่ชัดของความตาย ทฤษฎีหยินและหยางให้แนวคิดที่ว่าการสูญเสียหยางทำให้เกิดความไม่สมดุลและก่อให้เกิดการหดตัวของอวัยวะเพศ

🙄มุมมองที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์นี้ถือกำเนิดขึ้นในลัทธิเต๋า ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่อคติด้านการแพทย์ของจีน เสนอว่า การหลั่งอสุจิบ่อยครั้งทำให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพ เนื่องจากน้ำอสุจิถูกมองว่าเป็นพลังงานที่สำคัญของเพศชาย ด้วยเหตุนี้ การหมดไปของน้ำอสุจิจะทำให้เสียชีวิตได้ แนวคิดที่ว่าความตายเกิดขึ้นจากการหมดไปของน้ำอสุจิคล้ายคลึงกับแนวคิดที่ว่าความตายเกิดขึ้นจากการหดเล็กลงของอวัยวะเพศ ถึงแม้ว่าความเชื่อมโยงระหว่างโรคจู๋และลัทธิเต๋าจะยังคงเป็นเพียงทฤษฎีก็ตาม


🥴ความเป็นที่นิยมของนิทานพื้นบ้านของจีนเองก็เข้ามามีบทบาทด้วยเช่นกัน นวนิยายเกี่ยวกับเรื่องผี เรื่องแปลกในห้องเหลียวไจ๋ อธิบายถึงวิญญาณสุนัขจิ้งจอกที่สามารถทำให้ผู้คนมีร่างกายและเพศอ่อนแอ และทำให้เนื้อเยื่อของพวกเขามีขนาดหดเล็กลง ความเชื่อที่ว่าโรคจู๋เกิดจากวิญญาณสุนัขจิ้งจอกนี้ได้รับรายงานในแถบตอนใต้ของจีน


🤔การวินิจฉัย

การวินิจฉัยโรคจู๋มีเกณฑ์อยู่หลายประการ: การหดตัวขององคชาติ (หรือหัวนม) ความวิตกกังวลเกี่ยวกับการหดตัวนั้น ความกลัวเสียชีวิตอันเป็นผลมาจากการหดตัวนั้น และการใช้เครื่องจักรเพื่อป้องกันการหดตัวอย่างสมบูรณ์ของอวัยวะ กรณีที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ทั้งหมดมักจะถูกจัดเป็นกลุ่มอาการคล้ายโรคจู๋ หรือวินิจฉัยว่าเป็นกลุ่มอาการโรคจู๋บางส่วน แต่ได้มีการโต้แย้งว่าเกณฑ์การวินิจฉัยนี้เพียงพอแต่ไม่จำเป็นในการวินิจฉัยโรคจู๋

😁เป็นอย่างไรบ้างครับอ่านมาจนถึงบรรทัดสุดท้ายของบทความ เรื่อง โรคหำหด มันจะได้ไขความกระจ่างสำหรับสาเหตุ ที่ผู้ชายหลายๆคน ที่กำลังเป็น หรือ กังวล...กลัวการหดของหำ หำหด จะได้รู้วิธีและหาทางป้องกันและได้ทราบว่าสาเหตุมันเกิดจากอะไรนะครับหวังว่าบทความนี้คงจะมีสาระสำคัญสำหรับคุณผู้ชายหลายๆคนนะครับ

คลิปวีดีโอประกอบบทความ

วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2567

สวนสาธารณะแปลก นัมบะ สวนสีเขียวใจกลางเมืองผสมผสานช็อปปิ้งคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น


อย่างที่ทราบกันแล้วนะครับว่าญี่ปุ่นเป็นเกาะที่มีพื้นที่น้อย พื้นที่ตรงไหนถ้ามันมีประโยชน์เขาก็จะทำให้มันเกิดประโยชน์คุ้มค่าให้มากที่สุดดังตัวอย่างสวนสาธารณะในภาพนี้ล่ะครับ

ดูเอาไว้นะครับเจ้าสัวปลาหมอคางดำแป๊ะตาปิดไม่ใช่เอาปลาหมอคางดำมาปล่อยหลุดออกมาทำลายสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมหมดแล้วก็ไม่รับผิดชอบ

สวนสาธารณะแปลก นัมบะ สวนสีเขียวใจกลางเมืองผสมผสานช็อปปิ้งคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น

สวนสีเขียวผสมผสานช็อปปิ้งคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ ซึ่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนตุลาคม ค.ศ. 2003 ณ บริเวณที่เคยเป็นสนามกีฬา Osaka Stadium เดิม ต่อมายังได้มีการเพิ่มพื้นที่ในส่วนห้างสรรพสินค้า T-terrace เป็นส่วนขยายเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 2007 ทำให้โซนช็อปปิ้งและร้านอาหารต่างๆ ที่มีอยู่เดิมเยอะขึ้น อีกทั้งยังมีสถาบันสำหรับฝึกอบรมทักษะต่างๆให้เลือกกันอย่างเต็มอิ่มจุใจ 

แถมด้วยโรงภาพยนตร์สร้างใหม่ขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองโอซาก้าที่เป็นแหล่งรวมร้านค้าและร้านอาหารต่างๆที่ยังไม่เคยมีมาก่อนในแถบคันไซ ทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นจุดแวะที่พลาดไม่ได้ในแถบทางใต้ของโอซาก้า 

นอกจากนี้ทางห้างยังมีการขยายพื้นที่สวนสาธารณะ และสวนลอยฟ้าที่มีลำธารเล็กๆ ให้กว้างขวางเต็มไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์กว่า 500 ชนิด เป็นจำนวนกว่า 1 แสนต้น ถือเป็นโอเอซิสขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่จากนี้ไปจะทำให้ผู้มาเยี่ยมชมได้ตื่นตาตื่นใจมากขึ้น

วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

ยายกระดูกเหล็กชาวญี่ปุ่นเอาชนะมะเร็ง 2 ครั้งแถมอายุยืน 119 ปีทรหดอดทนจนได้รับฉายาว่าคุณยายที่มีอายุยืนมากที่สุดในโลก


ยายกระดูกเหล็กชาวญี่ปุ่นเอาชนะมะเร็ง 2 ครั้งแถมอายุยืน 119 ปีทรหดอดทนจนได้รับฉายาว่าคุณยายที่มีอายุยืนมากที่สุดในโลก สุดท้ายยายชรา 119 ปีก็ต้องตายตามอายุขัย

คุณยายชาวญี่ปุ่น เอาชนะมะเร็ง 2 ครั้ง แถมอายุยืน 119 ปี เผยสิ่งที่กินประจำ เมืองไทยมีขายทุกอย่าง แถมราคาไม่แพง


“ริโกะ ทานากะ” เกิดที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี พ.ศ. 2444 และในปี พ.ศ. 2562 ด้วยวัย 116 ปี เธอได้รับการรับรองจากGuinness World Records ว่าเป็นบุคคลที่อายุยืนที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ กระทั่งท้ายที่สุดในเดือนเมษายน พ.ศ.2565 ถึงแก่กรรมเมื่ออายุได้ 119 ปี

ตามรายงานพบว่า เมื่ออายุ 45 ปี เธอพบว่าเป็นมะเร็งตับอ่อน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น "ราชาแห่งมะเร็ง" และรักษาได้ยากมากอย่างไรก็ตาม สิ่งที่แปลกก็คือเธอกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์หลังจากการผ่าตัดเพียงครั้งเดียว


กระทั่งในปีที่อายุ 103 คราวนี้หมอวินิจฉัยว่าเธอเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยอายุที่มากกว่าร้อยปี แทนที่จะกินยาแก้ปวดเพื่อยืดอายุ เธอกลับร้องขอการผ่าตัดอีกครั้ง และคราวนี้ก็พิชิตโรคร้ายนี้ได้สำเร็จเช่นเคย

ในช่วงชีวิตของเธอ มักถูกถามถึงการรับประทานอาหารเพื่ออายุยืนยาว คุณทานากะ กล่าวว่า เธอมักจะให้ความสำคัญกับการทานอาหาร 3 ชนิดอยู่เสมอ ซึ่งล้วนสามารถหาซื้อได้ตามตลาดทั่วไป คือ

ธัญพืชไม่ขัดสี
🫘ทุกวันจะทานเมล็ดธัญพืชไม่ขัดสี 50-150 กรัม ไม่เพียงอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็น และโปรตีนคุณภาพสูงเท่านั้น แต่ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามิน เช่น แคลเซียม และฟอสฟอรัส เมื่อเทียบกับข้าวและแป้งขาว ธัญพืชมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตต่ำกว่าและมีเส้นใยสูงกว่า ทำให้รู้สึกอิ่มได้ง่ายขึ้นหลังรับประทานอาหาร ซึ่งสามารถลดปริมาณแคลอรี่และช่วยลดน้ำหนักได้

นอกจากนี้ เมล็ดธัญพืชยังมีประโยชน์ต่อการทำงานตามปกติของระบบย่อยอาหาร ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงของความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคอ้วน และโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง

เลือกทานเนื้อสัตว์
🍖เลือกทานเนื้อสัตว์ประเภทที่มี “สีซีด” ทั้งก่อนและหลังปรุงสุก ได้แก่ เนื้อไก่ ปลา ห่าน กุ้ง ปลาหมึก ฯลฯ เนื้อประเภทนี้ให้โปรตีนที่เข้มข้นและมีไขมันต่ำ ไม่ก่อให้เกิดโรคร้าย 3 ประการ ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง และน้ำตาลในเลือดสูง

 นอกจากนี้ยังมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวจำนวนมาก ซึ่งสามารถลดอุบัติการณ์ของโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง และลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าตัดเนื้อแดงออกจากมื้ออาหารโดยสิ้นเชิง แต่ยังคงทานเนื้อแดงในปริมาณที่พอเหมาะ ดังเช่นที่ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการหลายคนเน้นย้ำว่า ไม่ควรทานเนื้อสัตว์ประเภทเดียวมากเกินไป เพราะแต่ละประเภทมีคุณค่าทางโภชนาการในตัวเอง

ทานผักใบเขียว
🥬บริโภคผักใบเขียว 300 กรัมทุกวัน การศึกษาทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากได้พิสูจน์แล้วว่า ผักมีความสามารถในการเสริมสร้างสุขภาพ และอายุที่ยืนยาว ดังนั้น การกินผักทุกวันถือเป็นก้าวแรกที่ดีหากต้องการมีอายุยืนถึง 100 ปี

เมื่อรับประทานผักเป็นประจำจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพได้ทันที ในระยะสั้น จะช่วยเพิ่มพลังงาน ลดน้ำหนักปรับปรุงการย่อยอาหาร และเพิ่มการดูดซึมสารอาหาร

สารต้านอนุมูลอิสระในผักยังช่วยให้ผิวหนังดีขึ้นและลดการอักเสบช่วยให้มั่นใจในสุขภาพโดยรวม ส่วนในระยะยาว ผักยังช่วยปรับปรุงสุขภาพของหัวใจ ลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง และปรับปรุงการทำงานของการรับรู้

สรุปแล้วถึงแม้จะอายุยืนขนาดไหนถ้าไม่ดูแลตัวเองอายุยืนไปก็ไม่มีประโยชน์

มีแต่ทรมานร่างกายดีไม่ดีนอนติดเตียงจมขี้จมเยี่ยวอายุยืนร้อยปีก็ไม่มีประโยชน์นะครับทำใจ


เพราะฉะนั้นถ้าจะให้ดีรีบๆตายก่อนอายุจะร้อยปีดีกว่าจะได้หมดเวรหมดกรรมกันไปทำใจ

ก่อนจบนี้อยากให้คนที่กำลังเข้าสู่วัยชราอย่าไปยึดติดกับอายุยืน อายุสั้น
แล้วทำใจทำให้ร่างกายเราสุขภาพแข็งแรงมีเงินใช้เก็บเงินไว้เยอะๆถ้าไม่มีเงินก็ให้สุขภาพแข็งแรงแค่นั้นพออย่าเป็นภาระให้คนอื่นก็ดีแล้ว

ลองมาดูโชว์เคสของ Happy shopping บน TikTok สิ! https://vt.tiktok.com/ZMrmd9dWR/?page=TikTokShop



วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

จดหมายรัก อมตะนิรันดร์กาล จดหมายเมื่อ 400 กว่าปีที่แล้วเขียนขึ้นโดยผู้หญิงคนหนึ่ง พบในหลุมศพผู้ชายคนหนึ่งในประเทศเกาหลีใต้


จดหมายรัก อมตะนิรันดร์กาล จดหมายเมื่อ 400 กว่าปีที่แล้วเขียนขึ้นโดยผู้หญิงคนหนึ่ง พบในหลุมศพผู้ชายคนหนึ่งในประเทศเกาหลีใต้

ทำใจครับความรู้สึกของคนสมัยโบราณไม่ว่าย้อนอดีตไปกี่ร้อยกี่พันปีเอามาเปรียบเทียบกับมนุษย์ยุคปัจจุบันความรู้สึกมันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่นะครับ

สำหรับคนที่เขารักกันปานจะกลืนกินนะครับโดยเฉพาะตัวอย่างจดหมายฉบับนี้ที่มีอายุย้อนหลังไปเมื่อ 400 กว่าปีที่แล้วเป็นการตัดพ้อต่อว่าหรืออะไรก็แล้วแต่ของผู้หญิงคนหนึ่งที่สามีได้จากตายไปช่างเหมือนกับละครน้ำเน่าเลยนะครับ


จดหมายเมื่อ 400 กว่าปีที่แล้ว
เขียนขึ้นโดยผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งพบในหลุมศพผู้ชายคนหนึ่งในประเทศเกาหลีใต้

แปลเป็นภาษาไทยว่า.....

"ถึงพ่อของวอน"
"เจ้าเคยบอกกับข้าเสมอว่า 'เราจะอยู่ด้วยกันจนกว่าผมจะขาวและตายในวันเดียวกัน' แต่ทำไมเจ้าถึงจากไปและทิ้งข้าเอาไว้ข้างหลังกับลูกแบบนี้"

"แล้วลูกของเราล่ะ จะอยู่กันต่อไปอย่างไร ในเมื่อเจ้าทิ้งทุกอย่างไว้และจากข้าไปแล้ว"


"ความรู้สึกที่เจ้ามีต่อข้า และความรู้สึกที่ข้ามีต่อเจ้าคืออะไร ทุกวันที่เราสองคนนอนข้างกัน แต่วันนี้"เจ้าจากไปแล้ว และข้าไม่คิดว่าจะมีพลังที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป ข้าหวังว่าจะตามเจ้าไปในเร็ววัน ตลอดชีวิตนี้ข้าจะไม่ลืมความรักที่มีต่อเจ้าเลย"

"ช่วยอ่านจดหมายฉบับนี้และตอบข้าอย่างละเอียดในความฝัน เจ้าต้องอ่านมันและช่วยตอบลูกของเราว่า ต่อจากนี้ จะให้เรียกใครว่าพ่อ?

 ข้อความในจดหมายฉบับนี้ ยังมีการพร่ำพรรณามากกว่านี้ และเธอยังเขียนจนหมดหน้ากระดาษ รวมถึงที่ว่างบริเวณด้านบนของกระดาษที่อัดแน่นอยู่ในกระดาษแผ่นเดียว ด้วยความรักที่เธอมีให้กับสามีที่จากไป


ก็อย่างว่าละนะครับความรักมันบังตาอะไรๆมันก็ดีไปหมด  นะถ้าคนเรามันจะรักกัน  แต่ถ้าลองเกียจกันสิตายไปก็ไม่อยากจะพูดถึงหรือไม่อยากจะถามหา

ความรักอ่ะนะมันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย
รักมากเกินไปก็ไม่ดี รักน้อยเกินไปก็ไม่ดีเพราะฉะนั้นรักแบบกลางๆก็พอ
อย่าเพ้อฝันเพ้อเจ้อหลงงมงายให้มากไปแค่นั้นเอง

ลองมาดูโชว์เคสของ Happy shopping บน TikTok สิ! https://vt.tiktok.com/ZMrmd9dWR/?page=TikTokShop




วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

สุดยอด10อันดับก้อนทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยขุดพบได้


สุดยอด10อันดับก้อนทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยขุดพบได้

ก็พูดถึงเรื่องทองคำแล้วใครๆก็อยากจะรู้และถ้าอยากจะได้สิ่งแรกที่คิดก็คืออยากได้ทองมีค่าและมีราคาเป็นที่นิยมของคนทั่วโลก
🌐10อันดับก้อนทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก

1. นักเก็ตทองคำที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา (ในภาพ) เรียกว่า Welcome Stranger ค้นพบโดยคนงานเหมืองสองคน John Deason และ Richard Oates เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ .1869 ใกล้ Moliagul ในรัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย

2.มือแห่งศรัทธา - พบโดยใช้เครื่องตรวจจับโลหะในเมือง Kingower ประเทศออสเตรเลีย ในปี 1980 นักเก็ตนี้มีน้ำหนัก 27.66 กิโลกรัม (875 ออนซ์) และมีความโดดเด่นในฐานะนักเก็ตที่ใหญ่ที่สุดที่พบด้วยเครื่องตรวจจับโลหะ


3.Pepita Canaã Nugget - นักเก็ตทองคำที่ใหญ่ที่สุดที่พบในบราซิล หนัก 60.82 กิโลกรัม (มากกว่า 1,900 ออนซ์) ถูกค้นพบในภูมิภาค Serra Pelada ในปี 1983

4.อินทรีทองคำ - ขุดพบในปี 1931 ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย นักเก็ตนี้หนัก 35 กิโลกรัม (1,113 ออนซ์) ทำให้เป็นหนึ่งในการค้นพบที่สำคัญที่สุดในช่วงต้นศตวรรษที่ 20

5.นักเก็ตยินดีต้อนรับ - การค้นพบครั้งใหญ่อีกชิ้นหนึ่งจากออสเตรเลีย ชิ้นนี้หนัก 68.98 กิโลกรัม (มากกว่า 2,200 ออนซ์) และถูกค้นพบในปี 1858 ใกล้เมืองบัลลารัต


6.Canaã Nugget - ชุดของนักเก็ตขนาดใหญ่จาก Serra Pelada ของบราซิล โดยชิ้นที่โดดเด่นที่สุดมีน้ำหนักมากกว่า 1,500 ออนซ์


7. Holtermann Nugget - ในทางเทคนิคแล้วเป็นตัวอย่าง (ทองคำที่ฝังอยู่ในควอตซ์) เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ใหญ่ที่สุดที่เคยพบ โดยมีน้ำหนัก 286 กิโลกรัม (มากกว่า 9,000 ออนซ์) และค้นพบในปี 1872 ในรัฐนิวเซาธ์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย

8.มงกุฎอัญมณีแห่งหินเหล็ก - ตัวอย่างแผ่นทองคำเปลวจากแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา หนัก 44 กิโลกรัม (1,480 ออนซ์) พบในปี 1992

9.สามเหลี่ยมอันยิ่งใหญ่ - นักเก็ตชาวรัสเซียนี้พบในพื้นที่ Miass ของเทือกเขาอูราลในปี 1842 หนัก 36.2 กิโลกรัม (1,217 ออนซ์) และใหญ่ที่สุดที่พบในรัสเซีย


10.The Alaska Centennial Nugget - นักเก็ตทองคำที่ใหญ่ที่สุดที่พบในอลาสก้า มีน้ำหนัก 20.5 กิโลกรัม (736 ออนซ์) ถูกค้นพบในปี 1998 ใกล้กับ Ruby, Alaska

ลองมาดูโชว์เคสของ Happy shopping บน TikTok สิ! https://vt.tiktok.com/ZMraeHdH2/?page=TikTokShop 👇



รายการบล็อกของฉัน